Monday, 6 July 2020

สำรวจความต่างระหว่าง ‘มนุษย์ vs เอไอ’ – โพสต์ทูเดย์ work-life-balance


สำรวจความต่างระหว่าง ‘มนุษย์ vs เอไอ’

วันที่ 29 มิ.ย. 2563 เวลา 07:00 น.

…เมื่อความฉลาดทำให้วันนี้ “รอด” แต่ภูมิปัญญาทำให้ “ยั่งยืน”

โลกเปลี่ยน เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างก้าวกระโดดในอัตราเร่ง แต่ก็ล้าสมัยชั่วข้ามคืน และเมื่อพูดถึงขีดความสามารถของมนุษย์เทียบกับปัญญาประดิษฐ์แล้ว เราไม่อาจแข่งกับเอไอ คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องจักรกลเหล่านี้ได้เลย เพราะมันเร็วกว่า ทนกว่า มันไม่เคยลืม มันไม่เคยบ่น ไม่รู้จักเหนื่อย ไม่เคยเรียกร้อง นั่นคือเมื่อพิจารณาในแง่ของความมีประสิทธิภาพแล้ว เราสู้มันไม่ได้ แต่ระบบการศึกษาและแนวทางการพัฒนาในปัจจุบันเราสอนให้ไปแข่งกับมันซึ่งไม่มีทางชนะได้

มันจึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่มนุษย์จะต้องก้าวข้ามเหนือมัน แต่จะก้าวข้ามได้ เราต้องพิจารณาว่าแล้วอะไรที่มนุษย์ต่างจากเครื่องจักร ประเด็นนี้ ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล จากสถาบันอินทรานส์ Hipot-การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน นำเสนอ 2 ประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่

ประการแรก เพราะมนุษย์มีธรรมชาติพื้นฐานที่สำคัญยิ่งที่เครื่องจักรไม่มี นั่นคือความรู้สึกนึกคิดที่สะท้อนถึงความมีชีวิต ความรู้สึกนึกคิดนี้ปรากฏอยู่ในรูปของกรอบความคิด หรือจินตนาการที่สามารถคิดได้ด้วยตัวของมันเอง มนุษย์จึงพัฒนาความคิดได้เอง สามารถตัดสินใจได้เอง สามารถเลือกตอบสนองเองได้เมื่อมีอะไรมากระทบ สามารถระเบิดศักยภาพจากภายใน สร้างแรงบันดาลใจ แรงขับเคลื่อนภายในได้เอง ความมุ่งมั่น มนุษย์จึงสามารถสร้างการนำตนเองได้ คุณสมบัติเหล่านี้ไม่ว่าคอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ หรือปัญญาประดิษฐ์ใดๆ ที่มีความก้าวหน้าเพียงใด ก็ไม่สามารถพัฒนาขึ้นมาได้เอง

ประการที่สอง ด้วยคุณสมบัติที่มนุษย์สามารถคิดได้เอง มนุษย์จึงสามารถสร้างปัญญาได้เอง ต่างจากปัญญาประดิษฐ์และเครื่องจักรกลทั้งหลายที่ไม่ว่าจะมีประสิทธิภาพสูงเพียงใด แต่มันก็ทำได้เฉพาะในกรอบที่เรากำหนดให้มันทำเท่านั้น มันจึงมีแต่ความเร็ว มีความฉลาดในการคำนวณ แต่มันไม่มีปัญญาเพราะมันสร้างความคิดขึ้นมาเองไม่ได้ แต่มนุษย์ทำได้

ทีนี้เรามาดูธรรมชาติของการผุดขึ้นของปัญญา เราพบว่าปัญญาใดๆ มันเกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงของประเด็นสำคัญต่างๆ ดังนั้น ความลึกซึ้งของภูมิปัญญาจึงเกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่างและฐานรากของกระบวนการคิดแบบนี้ก็คือ การคิดเชิงระบบและการมองภาพเชิงองค์รวม

เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับเครื่องจักรที่เราบอกว่ามันฉลาดกว่านั้น ก็เพราะว่ามันสามารถสร้างความเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่างได้อย่างที่มนุษย์เราไม่อาจเทียบกับมันได้เลย มันจึงทำงานได้เร็วกว่า เราเลยคิดว่ามันฉลาดกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วเราเหนือกว่า เพราะมันไม่มีจินตนาการที่จะคิดอะไรขึ้นมาได้เอง ซึ่งต่างจากมนุษย์ที่มีคุณสมบัติพิเศษนี้อย่างไร้ขีดจำกัด นั่นคือ มนุษย์เรามีความสามารถในการนำตนเอง สร้างปัญญาขึ้นมาได้เอง

ความท้าทายในมุมมองทางปัญญานี้จึงอยู่ที่ว่า ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านจะใช้ความสามารถในการนำตนเองได้ในรูปของจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัดนี้มาสร้างภูมิปัญญาและกระบวนการเรียนรู้ อีกทั้งพัฒนาความคิดที่แตกต่างที่แปลกใหม่ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่า เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดให้เหนือกว่าปัญญาประดิษฐ์ทั้งหลายเพื่อนำองค์กรสู่ความมั่นคงยั่งยืนได้อย่างไร



สนับสนุนเว็บอย่างเป็นทางการโดย UFABET ผู้ให้บริการเว็บพนันออนไลน์ในเครือ UFA